HYBRID WORKPLACE ความท้าทายใหม่หลังโควิด 19

Date

ต่อเนื่องจากเรื่องอนาคตของการทำงาน Future of Work ที่ว่า รูปแบบการทำงานหลังการระบาดของโควิดจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบลูกผสม hybrid ระหว่าง office กับ telework หรือ remote work โดยไม่ต้องใช้ประตูไปที่ไหนก็ได้ของโดเรมอนเพื่อว๊าปไปมา กลายเป็นจุดเริ่มต้นของที่ทำงานแบบลูกผสม Hybrid Workplace ที่หลาย ๆ บริษัททั้งในและต่างประเทศเริ่มแปรทัพการทำงานของหน่วยงานไปในทิศทางนี้มากขึ้น

Hybrid Workplace คืออะไร?

ถ้าเรามองย้อนกลับไปช่วงที่เริ่มเกิดการระบาดของโควิดเมื่อ 2 ที่แล้ว ด้วยนโยบายของรัฐ ด้วยหลักการป้องกันโรคติดต่อ หรือแม้แต่หลักการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลระหว่างการระบาด ทำให้แต่ละบริษัทต้องพลิกหาวิธีการจัดการงานให้ได้ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ข้างต้น แต่ยังได้ productivity สูงสุดตาม goals ของแต่ละบริษัท จึงเป็นที่มาของการจัดการงานแบบ Hybrid Workplace ซึ่งเป็นลูกผสมในการจัดการงานที่ทำจาก office กับงานที่ทำจากที่อื่น ๆ หรือ remote work นั่นเอง

รูปแบบ hybrid ของแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งโดยปกติแล้ว Hybrid Workplace ก็จะมีทั้งคนทำงานที่ office ซึ่งเป็นคนกลุ่มหลัก ๆ ของบริษัท และคนกลุ่มอื่น ๆ ที่อาจจะมา ๆ ไป ๆ ตลอดเวลาตามเหตุผลของงาน โดยปกติแล้วบริษัทที่ทำ Hybrid Workplace นี้มักจะยืดหยุ่นให้พนักงานปรับการทำงานให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน มากกว่าการกำหนดให้พนักงานทำงานตามเวลาของ office hours ซึ่งแบบนี้จะทำให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลในการผลิตผลงานภายใต้ความกดดันที่น้อยลง รวมทั้งลดเวลาที่ใช้ในการเดินทางอีกด้วย

ตัวอย่างบริษัทในประเทศที่ให้พนักงานทำงานแบบ hybrid ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดจากโควิด-19 จนถึงตอนนี้ก็ยังมีพนักงานบางส่วนทำงานยังไม่ต้องเข้าออฟฟิศเช่น SCG ที่มีการสลับทีมทำงานกัน US Embassy ที่มีนโยบายให้พนักงานทำ telework ได้สัปดาห์ละ 1-2 วันตามความจำเป็นของงาน หรือบริษัทในกลุ่มโทรคมนาคมอย่าง Dtac ที่ปรับเปลี่ยนระบบการจัดการพนักงานที่ทำงานในสำนักงานใหม่ทั้งหมด เป็นต้น

Hybrid Workplace จะคงอยู่ต่อไปหรือแค่ชั่วคราว?

เมื่อรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไป รูปแบบที่ทำงานก็ต้องรองรับสอดคล้องไปด้วยกัน จากกรณีศึกษาของ Boston Consulting Group (BCG) บอกว่า โควิด-19 ทำให้ธุรกิจรู้ว่า สิ่งที่ทำมาในอดีตจะไม่ใช่สิ่งที่ทำกันในอนาคต โลกธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร และเป็นช่วงโอกาสที่ทุกธุรกิจจะทบทวนแนวทางของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรื่อง Business Model หรือ Talent Strategies หรือ Routine Operation และอื่น ๆ อีกมากมาย

และเมื่อสิ่งที่ทำมาในอดีตไม่สามารถทำให้ธุรกิจต่อกรกับความท้าทาย (Challenge) ที่กำลังเกิดขึ้น หรือความท้าทายในอนาคตได้อีกต่อไป แล้วต้องทำอย่างไร?

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานคือหนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจ การเปลี่ยนที่ทำงานเป็นรูปแบบ Hybrid จะสามารถตอบโจทย์เรื่องการจัดการพนักงานได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการกลับมาทำงานหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่พนักงานส่วนใหญ่ยังมีความวิตกกังวลในการเดินทางด้วยรถสาธารณะ และเห็นว่าก็ยังสามารถรักษาระดับ productive performance ได้ตามที่บริษัทต้องการหากยังทำงานแบบ remote work ต่อไปได้ ซึ่งก็กลายเป็นความท้าทายอีกเรื่องนึงของนายจ้างว่า จะใช้วิธีใดจัดการรูปแบบการทำงาน hybrid workplace ให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุด

Hybrid Workplace กับวัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture)

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเป็น Hybrid Workplace ไม่ได้ส่งผลแค่ในประเด็นเรื่องทางกายภาพของสถานที่ทำงาน การลดต้นทุนทางการผลิตบางอย่าง การเพิ่มเครื่องมือการทำงานบางชิ้น หรือการปรับปรุงระบบ/กระบวนการบางส่วนให้ทำงานแบบ remote ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสิ่งที่มองไม่เห็น แต่รู้กันว่ามีอยู่จริง อย่างเช่น วัฒนธรรมองค์กร หรือ Organization Culture ที่เรื่องของพฤติกรรมและ Mindset ซึ่งจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงตามอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงการทำงานแบบอยู่ด้วยกัน หรือการทำงานแบบแยกส่วน แต่ยังผสมผสาน Healthy Organization Culture เป็นสิ่งที่ควรสร้างและรักษาไว้ เพราะส่งผลโดยตรงกับผลการปฏิบัติงานและความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงตามที่ Brooke Waddle ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Talent กล่าวไว้ใน McKinsey Talks Talent

อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การกลับเข้าสู่ที่ทำงานอีกครั้งหลังการระบาดของโควิดถือเป็นโอกาสที่ดีของนายจ้างในการสร้าง หรือ remake วัฒนธรรมองค์กรขึ้นใหม่ แม้ว่าโดยทั่วไปนั้น พฤติกรรมจะเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อม แต่การจากไปและกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าวัฒนธรรมองค์กรจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะองค์ประกอบด้าน Mindset ของพนักงานเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ดังนั้น หากองค์กรจะถือเอาโอกาสนี้ในการสร้าง หรือ remake วัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาใหม่ ให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Workplace ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดลอยไป

และวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญควรถูกเร่งสร้างเป็นอันดับแรก ๆ สำหรับการเป็น Hybrid Workplace ที่ประสบความสำเร็จก็คือ Communication

การสื่อสารที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนทำงานจากแห่งหนต่างกันเข้าใจกัน เห็นเป้าหมายและทิศทางไปสู่เป้าหมายตรงกัน การปล่อยให้พนักงานที่ทำงานแบบ remote work หลุดจากวงโคจรเรื่องต่าง ๆ ของบริษัท เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ และความล้มเหลวของการทำงานแบบ hybrid

More
articles