Dr.Romantic เป็นอีกซีรีส์หนึ่งจาก Netflix ที่ Your HR ชอบมาก ยิ่งรู้ว่า Mono29 กำลังจะสอยมาลงจอเร็วๆ นี้ ยิ่งต้องรีบมาสปอยล์ประเด็น HR เด็ดๆ กันก่อน
ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่อง Your HR สายเกาอย่างเราก็คิดว่า เป็นเรื่องกุ๊กกิ๊กๆ แก้มแดงน่ารัก ใสๆ วัยรุ่นชอบ ดูไปแค่สามตอนแรก รู้ซึ้งถึงสัจธรรมเลือดท่วมจอ ด้วยฉากการผ่าตัดที่แต่ละเคสชัดเจนแจ่มแจ๋วระดับ full HD ยิ่งตัวเอกของเรื่อง เป็นถึงหมอยืนหนึ่งด้านศัลยกรรมหัวใจ ฉะนั้น ถ้าใจไม่แข็งพอขอแนะนำว่า อย่าดูขณะรับประทานอาหาร
เอาล่ะ บอกไปแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องกุ๊กกิ๊กแก้มแดง แถมบางตอนเข้าขั้นดรามาหนักถึงเรื่องราวชีวิตตัวละคร ไม่ได้โลดโผนอะไร เป็นแค่เรื่องราวของคนทั่วไปที่พบเจอได้ง่ายๆ อย่างเช่น การสูญเสียจากอุบัติเหตุ แต่นั่นยิ่งทำให้เราต่อติด และลุ้นไปกับแต่ละฉากแต่ละตอนอย่างไม่กระพริบตา แล้วทำไมชื่อโรแมนติกล่ะ แอบแย้มนิดนึงว่า มีเฉลยไว้ในซีซัน 2 ให้ไปค้นหากันได้ และตรงนี้ล่ะที่ Your HR อยากดึงมาสปอยล์เป็นประเด็นแรก
Growth Mindset :
Growth Mindset คืออะไร ในบทความของ Harvard Business Review โดย Carol Dweck บอกไว้แบบเข้าใจง่ายๆ ว่าคือ ความรู้สึกอิ่มเต็มในการรับรู้ว่า ตัวเองเป็นใคร อยู่เพื่ออะไร และสามารถไปให้ถึงจุดนั้นได้อย่างไร
อาจารย์หมอคิมซาบู ศัลยแพทย์หัวใจมือหนึ่งแห่งโรงพยาบาลทลดัม โรงพยาบาลเมืองรองของเมืองรองอีกที ศักยภาพของโรงพยาบาลทลดัมไม่ได้เล็กตามเมือง เพราะมีอาจารย์หมอคิมที่มี growth mindset เด่นชัดมาก และยังสามารถส่งต่อ mindset แบบนี้ให้คนรอบตัวได้อีกด้วย
หมอคิมมีอดีตเรื่องความผิดพลาดในการผ่าตัดแล้วคนไข้เสียชีวิต ส่งผลให้อนาคตที่กำลังสดใสในการเป็นหมอสังกัดโรงพยาบาลใหญ่ดับวูบลง หมอคิมเสียใจ แต่ไม่ยอมแพ้และตัดสินใจถอนตัวเองออกจากวงการหมอในเมือง แล้วฝังตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ (ที่โรงพยาบาลใหญ่ตามมาวอแวด้วยทั้งสองซีซัน) ที่ทำให้หมอรู้ว่า ความสามารถและศักยภาพของหมอไม่ได้หายไปจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และศักยภาพของหมอมีค่าและสร้างคุณประโยชน์อย่างมากให้โรงพยาบาลทลดัมและชุมชนโดยรอบ
จุดคืนทุนสำหรับ growth mindset ของหมออยู่ที่ตอนจบของเรื่องในซีซัน 2 ที่ทำให้รู้ว่า หมอทำเพื่ออะไร Your HR จะไม่เฉลย ถ้าใครตามดูตั้งแต่ซีซันแรกก็พอเดาได้ไม่ยาก แต่ระหว่างทางไปถึงจุดหมายนั่นต่างหาก ที่ Your HR อยากไฮไลต์เน้นๆ เลยว่า ความสำเร็จในตอนจบนั้น จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าหมอคิมขาด growth mindset ที่มองทะลุว่าหมอทำอะไรได้บ้างและจะทำสำเร็จได้อย่างไร
สิ่งที่ Your HR อยากเพิ่มเติมสำหรับ growth mindset ก็คือ คนที่มีวิธีคิดแบบนี้มักไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะมองเห็นคุณค่าของตัวเอง รู้ว่าตัวเองสามารถสร้างประโยชน์ใดๆ ได้มากมาย แม้ว่าจะมีอุปสรรคใหญ่หลวงแค่ไหน คนที่มี growth mindset ก็จะสามารถพาตัวเองก้าวข้ามอุปสรรคนั้นๆ ไปถึงจุดหมายที่ต้องการจนได้ นับได้ว่าเป็นบุคลากรคุณภาพที่สังคมต้องการ และที่สำคัญ growth mindset เป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดขึ้นได้ แม้จะไม่ง่ายแต่ก็คุ้มค่าที่จะลองสร้างกันดู Your HR สนับสนุนเต็มที่

Team Collaboration :
อีกประเด็นจากซีรีส์นี้ที่ Your HR อยากสปอยล์ก็คือ Team Collaboration ไม่ได้พูดแค่สวยหรู แต่เกือบทุกฉากของการผ่าตัดในซีรีส์นี้สมฐานะคำนี้อย่างแท้ทรู เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนถึงระดับ Collaboration ขออ้างอิงคำนิยามจากอากู๋มาไว้ด้วยคือ
“Team Collaboration การร่วมมือกันทำงานโดยที่ทุกคนต่างเป็นผู้นำร่วมกัน โดยผลัดกันขึ้นมานำตามสถานการณ์และความถนัดด้วยความรับผิดชอบอย่างสมบูรณ์ ไว้วางใจกันและกัน ร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้ทุกคนกล้าตัดสินใจ ริเริ่มทำสิ่งใหม่ หรือทำงานให้สำเร็จ”
ในการถ่ายทำละครแล้วต้องมีการจัด blocking นักแสดงเพื่อความสมบูรณ์ของฉากอย่างไร ในการผ่าตัดแต่ละเคสก็ต้องมีการจัด setting ที่ชัดเจนสำหรับผู้เข้าร่วมผ่าตัดทุกคนเช่นกัน ยิ่งเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย ยิ่งต้องวางแผนอย่างละเอียด รัดกุม แบ่งงานกันทำ สื่อสารขั้นตอนและผลอย่างชัดเจนก่อนลงมือทำจริง
ฉากการผ่าตัดในซีรีส์นี้ โดยเฉพาะฉากที่มีอาจารย์หมอคิมเป็นเจ้าของเคส สะท้อนความเป็น Team Collaboration ได้ตลอด มีหลายเคสที่อาจารย์คิมสลับที่กับหมอผู้ช่วยเพื่อให้หมอผู้ช่วยได้ทำหน้าที่นำการผ่าตัดแทน เป็นจุดที่แสดงให้เห็นในความเป็นทีมว่า นอกจากจะสนับสนุนซึ่งกันและกันแล้ว ยังต้องมีความไว้ใจในความเชี่ยวชาญของแต่ละคนอย่างมาก และการผ่าตัดแต่ละครั้งก็เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนในทีมผ่าตัดสามารถออกความเห็นได้ หากเห็นว่าสิ่งที่กำลังทำหรือจะทำอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคนไข้หรืออาจทำให้การผ่าตัดล้มเหลว
ขอสปอยล์เพิ่มเติมในฉากที่ประทับใจ Your HR มากๆ ในประเด็น Team Collaboration คือ ฉากการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจประธานคาสิโนซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์หลักของโรงพยาบาลกอซาน (หรือกอแดในซีซัน 2) ซึ่งทีมหมอคิมทำสำเร็จได้อย่างน่าทึ่งทั้งเรื่องเวลาที่สั้นมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นไปได้และความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติของผลลัพธ์ที่เกิด ไม่ใช่เพราะหมอทุกคนเก่ง ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ใดๆ แต่เป็นเพราะการทำงานเป็นทีม ความตระหนักและความรับผิดชอบในหน้าที่ของทุกคน การวางแผนอย่างรัดกุม และการทุ่มเทซักซ้อมปฏิบัติอย่างจริงจังครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดต่างหากที่ทำเคสนี้สำเร็จได้ ชนิดที่ Your HR ต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ดังๆ
จริงๆ แล้วในซีรีส์นี้ยังมีประเด็น HR อื่นๆ อีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ อย่างเช่น การฝึกฝนพัฒนาทักษะในการทำงานของหมอสายงานต่างๆ ทักษะการ empowering others ที่หมอคิมทำได้ดีไม่แพ้ฝีมือผ่าตัด ฯลฯ แต่ครั้งนี้ Your HR ขอฝากไว้แค่ 2 ประเด็นเบาๆ ข้างต้นก่อน ถ้ามีโอกาสดีๆ จะกลับมาเล่าประเด็นอื่นๆ ให้ได้อ่านกันต่อไป


