“ถูกเลิกจ้าง” อ่านตรงนี้

Date

วันนี้มาชวนคุยเรื่องที่ทำให้ใจสะดุ้งกันสักหน่อย ตอนนี้มีข่าวหลายบริษัทเลิกกิจการ เลิกจ้างพนักงานกันเยอะเลยทีเดียว หลายคนโชคดีได้รับการแจ้งข่าวสารเป็นระยะ มีเวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงหรือหาลู่ทางอื่นๆ ได้ แต่อีกหลายคนไม่โชคดีขนาดนั้น ถูกเลิกจ้างแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ประเด็นหลังนี้น่าสนใจว่า เป็นที่ตัวพนักงานเองปิดหูปิดตาไม่รับรู้สัญญาณเตือน หรือว่าเป็นนายจ้างเองที่ปกปิดสัญญานได้แนบเนียนขั้นเทพ พนักงานถึงไม่ระแคะระคายสถานการณ์ของบริษัทเลยสักนิด แล้วถ้าถูกเลิกจ้างควรต้องทำอะไรก่อนจากลากันบ้าง (ขอข้ามประเด็นเรื่องการประท้วงไม่รับการเลิกจ้างหรือเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไปก่อน อันนั้นต้องคุยกันยาว วันนี้ขอเป็นเรื่องการจากกันอย่างสงบ)

อันดับแรกเลย ตั้งสติก่อน ท่องไว้ สติมาปัญญาเกิด พอตั้งสติได้แล้ว เสียงหัวใจเต้นเบาลงบ้างแล้ว ก็สำรวจถึง สาเหตุของการถูกเลิกจ้าง (Cause of Termination) ว่ามาจากผลการฏิบัติงานของตัวเอง หรือผลการดำเนินงานของบริษัท

ทำไมต้องรู้สาเหตุน่ะหรือ?

ก็เพราะมันจะมีผลต่อจำนวน ค่าชดเชยตามกฏหมาย (Severance Pay)

การถูกเลิกจ้างเพราะผลการปฏิบัติงานไม่ได้ตามมาตรฐาน ถูกเลิกจ้างระหว่างทดลองงาน ถูกเลิกจ้างเพราะผิดวินัย ถูกเลิกจ้างเพราะสถานประกอบการปิดกิจการ ถูกเลิกจ้างเพราะสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ฯลฯ ได้จำนวนค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นสำรวจสาเหตุให้แน่ชัด เวลารับเงินจะได้มั่นใจ บางคนบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวฝ่ายบุคคลก็คิดให้เอง วิธีนี้ไม่แนะนำ เพราะฝ่ายบุคคลดูแลหลายร้อยคน หลายร้อยเคส เราต้องช่วยฝ่ายบุคคลดูแลตัวเราเองด้วย เพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง เพราะถ้าแยกจากกันไปแล้ว แก้ไขลำบาก

อันดับถัดไปคือ เรื่องเอกสาร (Employment-related Documents) ก่อนจากกันต้องมั่นใจว่าได้รับเอกสารเกี่ยวกับการทำงานของเราในบริษัทนั้นไว้ทั้งหมดแล้ว บางคนร้อยวันพันปีไม่เคยเก็บเอกสารของตัวเองเลย ใบสมัคร (Employment Application) ทะเบียนประวัติ ทรานสคริปต์ กระจัดกระจายหายเกลี้ยง ครั้งนี้ให้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ขอให้ฝ่ายบุคคลทำการสำเนาเอกสารของเราทั้งหมดจากแฟ้มประวัติ (Employee Profile) มาเก็บไว้เลย นอกจากเอกสารของเราเองจากแฟ้มประวัติแล้ว เอกสารฉบับถัดไปคือ ใบรับรองการผ่านงาน (Certificate of Employment) ถ้าไม่ได้ถูกเลิกจ้างมาจากเหตุผิดวินัยร้ายแรงแล้วล่ะก็ เอกสารฉบับนี้สำคัญมาก อย่าลืมรับมากอดไว้ก่อนโบกมือลา เพราะมันจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการยืนยันประสบการณ์การทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะสมัครงานใหม่หรือไม่ก็ตาม

เอกสารอีกอย่างคือ ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือ 50 ทวินั่นเอง ได้รับแล้วเก็บให้ดี แม้จะถูกเลิกจ้างระหว่างปี แต่ก็ยังต้องยื่นแสดงรายได้ของปีภาษีนั้นๆ อยู่

อันดับสุดท้ายที่ต้องมั่นใจก่อนแยกทางกันคือ เรื่องจำนวนเงิน ตรวจสอบและคำนวณตัวเลขยืนยันกับฝ่ายบุคคลให้เรียบร้อย เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก ต้องตรวจเช็คกันให้เรียบร้อยว่าได้รับเงินตามจำนวนสิทธิ์ที่เราควรได้หรือไม่ เงินจะเข้าที่บัญชีของเราเมื่อไหร่และเท่าไหร่ คิดภาษีแบบไหน หักหรือไม่หักจำนวนเท่าไหร่ เงินเดือนเดือนสุดท้ายรับทั้งเดือนหรือถึงวันที่เท่าไหร่ ค่าชดเชยคำนวณถูกต้องตามอายุงานมั้ย วันลาพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ถูกคำนวนกลับเป็นเงินให้ด้วยมั้ย ค่าบอกกล่าวล่วงหน้ารวมแล้วยัง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีมั้ย มีเท่าไหร่ ถอนทันทีได้หรือไม่ หรือขอฝากต่ออีกระยะหนึ่ง อย่างไหนได้ประโยชน์มากกว่ากัน แล้วประกันสังคมล่ะต้องทำยังไง พนักงานแจ้งออกเองหรือบริษัทแจ้งออกให้ เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง

เรื่องเหล่านี้ควรพูดคุยสนทนากับฝ่ายบุคคลให้กระจ่างแจ้งก่อนเดินออกจากบริษัท จะได้ไม่มาคาใจต้องตามหาต้นเรื่องกันให้เหนื่อยหน่าย เพราะบางบริษัทที่ปิดกิจการ ฝ่ายบุคคลก็ไปด้วยเหมือนกัน แล้วคุณจะกลับไปหาต้นเรื่องกับใครได้ เพียงแค่ตรวจสอบให้มั่นใจในทุกประเด็นข้างต้น อย่าให้ตกหล่นหรือค้างคา จากนั้นก็เซย์กู๊ดบายแยกย้ายกันไปตามทางที่เลือกเองหรือถูกบังคับให้เลือกได้อย่างมีความสุข

เรื่อง : หทัยกาญจน์ สุริยะ

เผยแพร่ครั้งแรก เว็บไซต์ www.businesstoday.co, 4 กันยายน 2563

More
articles