ที่นี่ เชียงราย คนอื่นไม่เห็น แต่ผมเห็น

Date

“วาทิต” ภราดร วงศ์ไฝ เป็นชาวเชียราย มีอาชีพเป็นวิทยากรอิสระ

“หลัก ๆ เป็นประเด็นยาเสพติด เรื่องเพศวัยรุ่น ภาวะผู้นำ กลุ่มที่ถนัดคือนักเรียนชั้นมัธยม ถึงมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องการสื่อสารความรู้ในเรื่องเหล่านี้ โดบไปจัดอบรมตามสถานศึกษา มีนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมครั้งละ 500 ไปจนถึงหลายพันคน

นอกจากเป็นวิทยากร หลังเรียนจบมาได้ราว 2 ปี วาทิตทำงานด้านการออกแบบแบรนด์ ผลิตสื่อประเภทต่าง ๆ ไปจนถึงเป็นออร์กาไนเซอร์รับจัดอีเวนต์

“เชียงราย คนทั่วไปอาจจะมองว่าไม่น่ามีงานเยอะ ซึ่งก็มีส่วนจริง เพราะกำลังซื้อกระจุกแต่ในเมือง แบรนด์รับส่งอาหาร 3-4 แบรนด์ต้องแย่งชิงลูกค้ากัน เพื่อนรุ่นผมส่วนใหญ่ก็ไปทำงานกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่อื่น ๆ”

แต่วาทิตเลือกเชียงราย เพราะ

“ผมเห็นในสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่เห็น” ..และเขายังมี ในสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่มี ซึ่งเป็นต้นทุนที่สั่งสมจากประสบการณ์ ซึ่งแตกต่างจากคนอื่น ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน

ฝันเป็นครู สู่ “วิทยากรกระบวนการ” และวิทยากรออนไลน์

“ครอบครัวเป็นครูกันหมด ผมเองสนใจเรื่องวิธีการสอน สนุกกับการหาวิธีที่ทำให้เด็กเข้าใจ

“ที่ผ่านมามีโอกาสได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมการอบรมต่าง ๆ เป็นประจำ ได้ฝึกเป็นวิทยากร ทำให้เราเห็นว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน คือการนำความรู้ให้ไปถึงเด็ก ไม่ใช่ด้วยการสอนแบบเดิม แต่เป็นการออกแบบกระบวนการเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้พร้อมไปกับความสนุก แล้วถ้าทำคนเดียวคือการบรรยาย แต่ผมมีทีม ซึ่งปกติเวลาจัดกิจกรรม ก็จะไปกัน 4 คน

“เป้าหมายของงานวิทยากร คือให้เด็กได้ความรู้ตามโจทย์ของลูกค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในเชียงรายและจังหวัดในภาคเหนือ พะเยา เชียงใหม่ แพร่ น่าน ก็มักจะเป็นเนื้อหาสามเรื่องหลัก ยาเสพติด เรื่องเพศวัยรุ่น และภาวะผู้นำ ที่จริงผมชอบโจทย์ใหม่ ๆ อย่างรับงานจากพิพิธภัณฑ์จังหวัดที่ต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อถ่ายทอดเด็กที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ก็รู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทาย”

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด กิจกรรมมีการปรับเป็นออนไลน์มากขึ้น

“ผมไปช่วยคุณครูที่โรงเรียนเซ็ตระบบสำหรับการสอนออนไลน์ ทำให้เห็นความแตกต่างว่าการใช้ออนไลน์กับการเจอเด็กจริงเราจะใช้วิธีเดียวกันไม่ได้

“อันดับแรกเลยคือจำนวนผู้เข้าร่วม ลูกค้าขอ 40-50 คน ผมขอว่าจะไม่คิดเงินเพิ่มเลยนะ แต่แบ่งเด็กเป็นกลุ่มละ 8 คน ไม่อย่างนั้นเราดูแลไม่ทั่วถึง แล้วผมไม่เสียเวลากับการเรียกเด็กให้เปิดหน้าจอ เพราะเด็กจะรู้สึกไม่ดี แล้วเริ่มอคติกับเรา สิ่งสำคัญอยู่ที่ทำเนื้อหาให้สนุก น่าสนใจ แล้วเด็กจะเปิดกล้องเอง”

ถามว่า สำหรับวาทิต อะไรคือความสำเร็จในการเป็นวิทยากร

“ลูกค้าคือหน่วยงานที่จัดงานแล้วมาจ้างเราก็จริง แต่ลูกค้าตัวจริงที่เราต้องทำงานด้วยคือเด็ก ๆ ที่เข้าอบรม ซึ่งเป็นลูกค้าของลูกค้าอีกที ถ้าเด็กที่เข้าร่วมสนุกและเข้าใจเนื้อหาที่เราต้องการสื่อสาร วิทยากรฟรีแลนซ์ถึงจะสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก และมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้”

ต้นทุนการทำงาน ที่สั่งสมในช่วงวัยเรียน

นอกจากงานวิทยากร วาทิตทำงานด้านการออกแบบแบรนด์ รวมทั้งออกแบบและผลิตสื่อทุกประเภท ทั้งที่จบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์

“มันเป็นงานที่ชอบ เป็นงานอดิเรกของผมตั้งแต่ตอนเรียน ยุคนี้เราฝึกใช้โปรแกรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง และถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของคนรุ่นใหม่ แต่ถ้าจะยึดเป็นอาชีพได้ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง รมทั้งยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องคำนึงถึง

“ที่สำคัญมากคือคอนเนคชัน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้เราเข้าไปขายงานได้ เพราะตัวผมเองยอมรับว่าถึงจะทำสื่อเป็น แต่ถ้าหางานไม่ได้ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน”

ต้นทุนการเรียนรู้ที่สำคัญของวาทิต คือการเข้าร่วมกิจกรรมกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย ซึ่งดำเนินงานโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำให้เขามีโอกาสได้ทำงานกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมทั้งงานภาคเอกชนที่ทำตั้งแต่ตอนเรียน

“ผมทำงานตั้งแต่ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย โดยการดูงานเรื่องกิจกรรมการฝึกอบรมให้กับบริษัท Mango Plus ซึ่งที่จริงเป็นแบรนด์เสื้อยืด รวมทั้งรับออกแบบสื่อและงานมาร์เก็ตติง เด็กรุ่นใหม่รู้จัก Mango Plus กันทุกคน เพราะเรามีกิจกรรมทางสังคมด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่ผมรับผิดชอบ เราเป็นคนที่จัดกิจกรรมแนว Street culture ในเชียงราย การจัดกิจกรรมประกวดเบรคแดนซ์ ทำกราฟิตี แรปเปอร์ในเชียงรายทุกคนต้องรู้จัก Mango Plus”

การทำงานและทำกิจกรรมในช่วงที่เรียนในระดับปริญญาตรี จึงเป็นบันไดก้าวสำคัญสำหรับการก้าวสู่การงานวิชาชีพสำหรับวาทิตในวันนี้

คนรุ่นใหม่ เลือกโตในบ้านเกิด

ขณะที่เด็กรุ่นใหม่เลือกกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ แต่วาทิตเลือกเชียงราย

“เพื่อน ๆ ที่จบมัธยมแล้วไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อื่น ผมเห็นว่าไม่มีใครกลับมา ไม่ว่าจะไปเรียนที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือที่ไหน เพราะเขาก็จะมีสังคมที่นั่น เรียนรู้ลู่ทางการทำงานจากที่นั่น แต่ผมเรียนที่เชียงราย และเลือกมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะเราทำงานไปด้วยได้ คนที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านที่มาเรียนเพิ่มวุฒิ

“ทำงานกับสภาเด็กฯ ผมเข้ากรุงเทพฯ ทุกเดือน บางเดือนไปทุกอาทิตย์ ได้เรียนรู้หลายอย่าง ได้เห็นวิธีการ เห็นการแข่งขัน ผมเลยตัดสินใจตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ว่าจะอยู่เชียงราย เพราะเราไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบการตื่นเช้า ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ค่าครองชีพสูง มีรายจ่ายเต็มไปหมด

“เพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้อยู่จังหวัดบ้านเกิด มองจากระยะไกลก็คงเห็นเหมือนคนอื่น เชียงรายไม่ได้มีงานให้ทำมากนัก แต่ผมอยู่ที่นี่ ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เห็นว่ามีคนจากข้างนอกเข้ามาทำอะไรใหม่ ๆ มีคนรุ่นใหม่จากที่อื่นมาทำ Smart farming คู่ไปกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ลูกหลานกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไปเรียนจากข้างนอก ตอนนี้กลับบ้านมาต่อยอดงานเกษตรของครอบครัว ที่อาจจะทำไร่กาแฟ เขาก็มาพัฒนาแบรนด์กาแฟกัน ทั้งหมดที่พูดมาคือโอกาสการทำงานของผม ที่เข้าไปช่วยเสริมด้านการทำแบรนด์และงานออกแบบต่าง ๆ

“เชียงรายเองจากความที่ไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้าเราติดตามกระแส แล้วทำอะไรแตกต่างจากที่เคยมีมา การได้รับการยอมรับไม่ใช่เรื่องยาก คนเชียงรายพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ผมมองว่าการแข่งขันไม่สูงเท่าในกรุงเทพฯ”

รวมทั้งช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด วาทิตบอกว่า ถ้าอยู่กรุงเทพฯ เขาอาจต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เสียจังหวะงาน และไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ในถิ่นเกิดของตัวเอง แต่สำหรับเขา แค่พัก และรอจังหวะให้งานฟื้นกลับมาหลังจากโควิด-19 ผ่านพ้นไป

เชียงราย ในสายตาคนรุ่นใหม่

“ระยะยาว เชียงรายมีแต่โตขึ้นเรื่อย ๆ

“โควิด-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่ถ้าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ที่ผ่านมาผมเห็นว่าเชียงรายก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา รวมทั้งกระแสงานออนไลน์ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมา เชียงรายจะไม่ใช่พื้นที่ห่างไกลอีกต่อไป”

วาทิตเกิด และเติบโตที่นี่ ต้นทุนสำคัญของเขา คือการเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสำหรับการปรับตัวและเรียนรู้ใหม่ ๆ ขณะเดียวกันก็มีฐานที่มั่นคงจากการปักหลักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“ผมคิดว่าโชคดีที่เราเป็นคนสนใจทุกอย่าง พร้อมจะทำงานหลากหลายรูปแบบ คว้าอะไรได้คว้าไว้ก่อน ถึงงานวิทยากรจะเป็นหลักที่ชอบมากที่สุด แต่ผมก็ทุ่มเทกับทุกเรื่องที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบสื่อ ไปจนถึงงานเชิงสถาปัตย์ก็ชอบมาก”

งานทั้งหมดที่ว่ามา เกิดขึ้นได้ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง

More
articles