เรื่องของหัวใจ ใครก็ห้ามยาก เรื่องรักในทึ่ทำงาน ถึงสถานที่จะฟังดูไม่น่าจะโรแมนติก แต่ด้วยความใกล้ชิด เจอกันทุกวัน จากเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย-ลูกน้อง ก็อาจจะพัฒนาก้าวหน้าต่อไปได้ไม่ยาก
คนทำงานมีความรัก ด้านหนึ่งก็ดี ที่ช่วยโลกให้เป็นสีชมพู พออารมณ์ดีซะอย่างแล้ว จะติดต่อประสานงานอะไรก็น่าจะราบรื่น พลังบวกเต็มเปี่ยม ถึงอย่างนั้น ดรามาก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะในที่ทำงานไม่ได้มีเพียงสองเรา แต่เพื่อนร่วมงานอาจรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้คนอื่นเสียประโยชน์ เกิดการตั้งคำถามจากคนรอบข้าง
ยิ่งถ้าความรักเกิดล่มกลางคัน คราวนี้คนรอบข้างก็จะพลอยปวดหัว ถ้าเรื่องความสัมพันธ์แยกไม่ขาดจากเรื่องงานที่ยังต้องเดินหน้าต่อไป
เรื่องส่วนตัว เรื่องงาน จัดการให้ดี
เรื่องรักในที่ทำงาน อันดับแรกยอมรับก่อนว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และจะไปหวงห้ามไม่ให้เกิดขึ้นก็คงจะไม่ได้ เพราะถ้ายิ่งหวงห้าม สิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมาคือการแอบคบกัน และที่ตามมาอีก ก็คือการแอบซุบซิบนินทาจากคนอื่น ๆ
ความสัมพันธ์ของคนที่ทำงานที่เดียวกัน ด้านหนึ่งมองได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ข้อที่ต้องระวังคือถ้าเป็นความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้างานกับลูกน้อง ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเรื่องที่คนอื่น ๆ ในทีมมองว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม หัวหน้าเอาใจหรือปฏิบัติต่อคนใกล้ตัวเป็นพิเศษ
เรื่องนี้ ที่ทำงานบางแห่งจัดการโดยมีนโยบายให้พนักงานต้องเปิดเผยให้ออฟฟิศรับรู้กรณีเกิดความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง หรือคนในตำแหน่งที่มีอำนาจให้คุณให้โทษกับคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยได้ เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการลำเอียง โดยเฉพาะเรื่องการประเมินการทำงาน บางองค์กรกำหนดแนวทางไปเลยว่า หัวหน้าต้องยุติการประเมินการทำงานของลูกน้องคนนั้น โดยให้คนอื่นรับหน้าที่ประเมินแทน
หลายองค์กรเลือกตัดไฟแต่ต้นลม คือเมื่อพนักงานรายงานความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการแล้ว คนใดคนหนึ่งต้องย้ายออกจากหน่วยงาน เพื่อรักษาความเป็นมืออาชีพ ที่จะไม่มีเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานร่วมกัน
รับมือ รักล่ม
ปัญหาเกิดขึ้นได้อีกระลอก ตอนที่ความสัมพันธ์ถึงจุดสิ้นสุด ถ้าจากกันด้วยดี ต่างฝ่ายมีสปิริต งานเป็นงาน เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวก็ถือเป็นสิ่งดีและเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมักไม่เป็นเช่นนั้น
การรับมือกับเรื่องนี้ หัวหน้างานคงต้องอาศัยการสังเกตว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นผลกระทบจากการเลิกร้างแยกทางกันของคนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าเห็นว่าการทำงานของพนักงานลดมาตรฐานลง หรือมีพฤติกรรมผิดแปลกออกไป หรือมีท่าทีไม่เป็นปกติถ้าต้องทำงานกับอดีตคนรัก หัวหน้าต้องพูดคุยกับพนักงานในเรื่องนี้ สอบถามถึงสาเหตุให้แน่ใจ รวมถึงเสนอว่าต้องการให้ช่วยเหลือหรือไม่
ถึงการพูดคุยอาจไม่ได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม แต่ก็ถือเป็นโอกาสสำหรับหัวหน้าที่จะแสดงความห่วงใยต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อหาทางรับมือไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน
เดินหน้า สไตล์โปร
ส่วนตัวพนักงานเอง เมื่อแยกทางกับคนรักที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เรื่องส่วนตัวเข้ามากระทบการทำงาน และชื่อเสียงด้านอาชีพการงานที่สั่งสมมา ควรพยายามปฏิบัติต่ออดีตคนรัก เหมือนที่ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานคนอื่น สื่อสารกันด้วยคำพูดที่สุภาพ และเป็นการเป็นงาน ไม่พูดจาเยาะเย้ยถากถาง หรือปล่อยให้อารมณ์เข้าแทรกแซง
อีกเรื่องที่ต้องระวัง คือการพูดถึงด้านลบของอดีตคนรักให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ฟัง แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกอัดอั้นตันใจ อยากระบายให้เพื่อน ๆ ได้รับฟัง ส่วนเพื่อนร่วมงานเอง เป็นผู้สังเกตการณ์มาตลอด ก็อาจจะมีการเซ้าซี้ ซักถาม รายละเอียดต่าง ๆ ถ้าไม่ต้องการให้การแยกทางครั้งนี้ กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันไม่จบสิ้นในออฟฟิศ แถมยังอาจถูกใส่สีตีไข่ ก็จงอดทนอดกลั้น ถ้าทนไม่ไหว ให้หาที่ระบายที่อื่น ซึ่งไม่ใช่ออฟฟิศ
ส่วนคนที่เลิกลากันแล้ว แต่ยังต้องทำงานด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็หาวิธีหลบเลี่ยง เจอกันเท่าที่จำเป็น เช่น อาจเข้าออฟฟิศเช้าหน่อย จะได้ไม่ต้องเจอกันตอนเดินเข้างาน หรือไปกินข้าวร้านอื่น ที่ไม่ต้องเจอกันโดยไม่จำเป็น ให้เวลาเป็นเครื่องช่วยเยียวยาความรู้สึก
เรื่องส่วนตัวที่พัวพันกับเรื่องงาน ด้านหนึ่งก็ถือเป็นความท้าทาย ทั้งสำหรับคู่กรณี และผู้ที่เกี่ยวข้อง และเป็นบททดสอบสำคัญ ที่จะวัดความเป็นมืออาชีพของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี


