วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นพิธีกร เป็นผู้ประกาศข่าว เป็นล่าม ที่ใช้ได้หลายภาษาและ วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นฟรีแลนซ์
เมื่อพ้นจากรั้วจามจุรี ด้วยดีกรีรัฐศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับที่ 1 วิทย์บินไปคว้าใบปริญญาโทและเอก ด้านทฤษฎีการเมือง ที่ประเทศอังกฤษ
ก่อนจะก้าวสู่โลกแห่งงานอิสระ วิทย์ทำงานประจำและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากสายงานด้านสื่อสารมวลชน และงานสื่อสารองค์กรขององค์กรใหญ่ ทั้งเนชั่น แชนแนล โลกกีฬารายวัน สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จำกัด และธนาคารไทยพาณิชย์

กระทั่ง ได้ทำงานประจำเป็นที่สุดท้ายกับ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย นักบริหารการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนทำงานใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่โดยการรับงานภายนอกได้ ทำให้เขาพบว่าปริมาณ “งานจ๊อบ” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“มีคนพูดว่า คุณวิทย์ดีนะคะ ชีวิตออกแบบได้”
“คุณวิทย์ ทำงานแบบนี้คือฟรีแลนซ์นะคะ”
ด้วยคำทักเช่นนี้ “อ่าว นี่กูเป็นฟรีแลนซ์แล้วเหรอวะ”
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่วิทย์แนะนำตัวกับทุกคนว่า “ทำงานรับจ้างทั่วไปครับ”
ด้วยศักยภาพ ประกอบกับประสบการณ์ด้านการงาน วิทย์จึงทำงานรับจ้างในการเป็นพิธีกรเวทีใหญ่ ที่ต้องการความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ รวมทั้งการเป็นล่าม และล่าสุด การเป็นพิธีกรรายการ Morning Wealth ให้กับเว็บไซต์ข่าว The Standard

“คุณภาพงาน” ชี้ชะตาฟรีแลนซ์

“วันนี้เขาเลือกเรา พรุ่งนี้เขาอาจจะเลือกคนอื่น”
นี่คือโจทย์แรกของฟรีแลนซ์ ที่ทุกคนต้องหาตลาดของตัวเองให้เจอ อะไรคือจุดแข็งที่เป็นความแตกต่าง ที่ตัวเลือกอื่นแข่งขันได้ยาก
นี่คือโจทย์แรกของฟรีแลนซ์ ที่ทุกคนต้องหาตลาดของตัวเองให้เจอ อะไรคือจุดแข็งที่เป็นความแตกต่าง ที่ตัวเลือกอื่นแข่งขันได้ยาก
อีก “หลังพิง” สำคัญคือสายงานด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ทำให้เขายืนบนเวทีทั้งระดับอินเตอร์และระดับประเทศแทบทุกครั้ง
“ถึงจะมีภาพบีเอ็มดับเบิลยู แต่ค่ายอื่นก็จ้าง เพราะตอนทำงานในองค์กร ผมได้รับมอบหมายให้ทำงานกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทำให้รู้จักทุกค่าย”
แค่รู้จักคงไม่พอ แต่เพราะการพิสูจน์ฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์เมื่อครั้งยังอยู่ในงานประจำ กับแง่คิดการทำงานที่ว่า
“การทำงาน ต้องมีมิตรเยอะๆ อย่ามีศัตรู เราไม่เคยทำร้ายใคร คนเคยอยู่วงการเดียวกัน ทำงานกันด้วยความสบายใจ” จึงเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้มีงานทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ทุกงานที่เรารับจะเป็นเหมือนชาติปางก่อน คือจะเป็นตัวชี้ชะตาอนาคต ถ้าวันนี้งานดี วางตัวเป็นมืออาชีพ วันหน้าก็จะมีงานต่อไป”
ยืนหนึ่งบนเวที ไม่ใช่แค่ฝีมือ
ไม่ว่างานจะโดดเด่นสักแค่ไหน แต่ยังมีส่วนประกอบที่วิทย์บอกว่า ขาดไม่ได้เลยสำหรับฟรีแลนซ์
“การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ คนจ้างเราแล้วรู้สึกสบายใจ”
อีกจุดที่การรับจ้างแบบไม่ประจำ ต่างจากการทำงานองค์กร วิทย์ชี้ว่าคือการทำงานประจำ มีนายคนเดียว ขณะที่ฟรีแลนซ์เจอผู้จ้างจำนวนมาก และแต่ละคนมีความต้องการ มีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนกัน
หนึ่งในความเป็น “มืออาชีพ” จึงหมายถึงการทำงานกับคนได้ทุกแบบ

“ไปเจอคนละเอียด เขามีสิทธิละเอียด เราบ่นไม่ได้ว่าแม่งเยอะ หน้าที่ของฟรีแลนซ์คือการเรียนรู้ และทบทวนตัวเองตลอดเวลา”
พื้นฐานสำคัญที่เอื้อสำหรับการเป็นฟรีแลนซ์ คือการสนุกที่จะเจอคนใหม่ๆ เรียนรู้ความต้องการที่แตกต่าง และปรับตัวตอบโจทย์อย่างเท่าทัน และพร้อมจะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
เคล็ดลับสำคัญ วิทย์บอกว่าอยู่ที่ “การฟัง”
“งานฟรีแลนซ์เป็น Tailor-made ลูกค้ามีความต้องการและความชอบที่แตกต่าง ทุกคนมี 2 หู ฟังให้เยอะๆ ว่าลูกค้าต้องการอะไร ถอดรหัสเขาให้ออก แล้วเสนองาน หรือวิธีการทำงานจากความประสบการณ์ในวิชาชีพของเรา และทำงานเพื่อส่งลูกค้าให้ถึงฝั่ง”
เหล่านี้ เป็นส่วนประกอบที่ทำให้ในวัย 50 ปี วิทย์ สิทธิเวคิน เขาไม่ถูกเบียดจาก “คลื่นลูกใหม่”
“ไม่มีใครรักเราตลอดเวลา เราอายุ 50 ความแก่ต้องใช้ให้เป็นจุดแข็งให้ได้ ประสบการณ์ที่เรามี ความเป็นผู้ใหญ่ ความน่าเชื่อถือ ต้องใช้เวลาที่จะสร้างมันขึ้นมา”
มือกระบี่ไร้สำนัก
บางคนมองว่าฟรีแลนซ์เป็นศิลปินเดี่ยว รักอิสระ ไม่ชอบการทำงานกับคนหมู่มาก

ตรงกันข้าม สำหรับวิทย์ ฟรีแลนซ์ต้องทำงานเป็นทีมให้ได้ ตัวอย่างงานพิธีกร ผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการของเขา ล้วนต้องทำงานกับทีมงานจำนวนมาก


